_PRINT 


ข่าว : คุณทานผักพอแล้วหรือยัง
คุณทานผักพอแล้วหรือยัง
ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของพฤติกรรมการทานผักของคนไทย
พบว่าคนทำ งานอายุ 20-40 ปี ส่วนใหญ่ทานผักน้อยกว่าที่ควรจะเป็น 100 กรัม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเด็กๆ ที่ชอบกินแต่ขนม หรือน้ำอัดลม จนตัวอ้วนกลม คงจะน้อยอย่างน่าตกใจแน่ ๆ
รู้กันว่า...ควรทานผักให้ได้อย่างน้อย 350 กรัมใน 1 วัน หรือเท่ากับ 5 กำมือ ที่สำ คัญควรทานคละๆ กันไป ทั้งผักใบเขียว เหลือง ส้ม เพื่อเสริมสมดุลของกันและกันมาดูกันว่า สารอาหารในผักชนิดใด ที่ร่างกายเราต้องการบ้าง ...สารอาหารสำ คัญที่อยู่ในผัก และพร้อมดูดซึมได้ทันที ได้แก่
แคลเซียม เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน และการทำงานของหัวใจ วิตา มินดี พบมากในเห็ด และแสงแดดยามเช้า จะช่วยดูดซึมแร่ธาตุชนิดนี้ได้ดี
วิตามินบี คอมเพล็กซ์ (B Complex) เสริมสร้างพลังงานในร่างกาย และจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ พบมากในกระเทียม, ถั่วแขก, ถั่วยาง (ถั่วชนิดหนึ่งคล้ายถั่วฝักยาว)
วิตามิน ดี D พบมากในเห็ด ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระดูก ฟัน และการทำงานของหัวใจเหล็ก ช่วยลำเลียงออกซิเจนในเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง พบมากในผักจำพวกผักโขม, ผักสลัด
วิตามินซี C ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และยังเกี่ยวข้องกับคอลลาเจนในผิว พบมาก ในผักจำพวกมะเขือเทศ, พริกหยวก, มะระ
ไฟโตเคมิคอล มีคุณสมบัติช่วยปกป้องร่างกายจากอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดี อย่างเช่น สารไลโคปีนในมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงอาหาร สารลูทีนในผักโขม เป็นต้น
แมกนีเซียม ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาท พบมากในมันฝรั่ง, กระเจี๊ยบ
เบต้าแคโรทีน มีมากในผักที่มีสีเหลือง-ส้ม ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และช่วย เพิ่มภูมิต้านทานให้สูงขึ้นด้วย
วิตามินอี E ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เม็ดเลือกแดงแข็งแรง พบมากในฟักทอง ข้าวโพด
โปแทสเซียม คอยควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย รักษาความดันโลหิตช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น พบมากในแตงกวา, มะเขือม่วง,พริกขี้หนู
ไฟเบอร์ หรือใยอาหาร แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่ละลายในน้ำ จะมีประโยชน์ในการรักษาสุขภาพ ส่วนชนิดที่ไม่ละลายในน้ำ จะช่วยในการขับถ่ายให้เป็นปกติ

สารอาหารที่อยู่ในผัก
ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยิ่งทานผักเยอะ ก็ดีต่อร่างกายมากขึ้น เท่านั้น หันมาทานผักเพื่อสุขภาพกันเถอะ

ข่าวโดย : ชัย
อ่าน 1704 ครั้ง
วันที่ 13 มิถุนายน 2553
วันที่พิมพ์ :
เวลา : 08:56:03:AM