_PRINT 


ข่าว : วิธีการเลือกซื้อผักที่ปลอดภัย
วิธีการเลือกซื้อผักที่ปลอดภัย
เป็นที่รู้กันดีว่า “ผัก” มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายแค่ไหนนอกจากช่วยในเรื่องของการขับถ่ายแล้ว วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย ในผักล้วนช่วยเสริมสร้างร่างกายให้มีสุขภาพดีทั้งสิ้น
ระยะหลังนี้ คนเราหันมาเอาใจใส่ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ความต้องการในการบริโภคผักให้ได้ประโยชน์มากที่สุดนั้นจะต้องระมัดระวังเรื่องของสารพิษตกค้างในผักด้วย โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ และคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรรับประทานอาหารที่สะอาดและปลอดภัย รวมถึงคนชราที่ระบบขับสารพิษตามะรรมชาติของร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว การเลือกรับประทานอาหารปลอดสารพิษ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเช่นนี้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและเอกชนจึงมีนโยบายในการควบคุมและหนดมาตรฐานการผลิตผักให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากที่สุด

แบบไหนคือผักปลอดภัย
คุณอรสา ดิสถาพร ผู้อำนวยการสวนส่งเสริมการผลิตผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และสมุนไพร กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับชนิดของผักปลอดสารพิษว่าปัจจุบันมีการแบ่งปันกลุ่มกว้างๆ คือ
ผักปลอดภัยจากสารพิษ ได้แก่ ผักที่ปลูกโดยทั่วไป มีการใช้ปุ๋ยเคมี ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแต่จะต้องรอให้สารเคมีเหล่านั้นสลายไปก่อนจึงจะทำการเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งอาจจะยังมีสารเคมีตกค้างอยู่บ้าง แต่ต้องไม่เกินค่า MRL (Maximum Residue Limit) ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด จึงจะสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย
ผักปลอดสารพิษ ได้แก่ ผักที่ปลูกโดยทั่วไป มีการใช้ปุ๋ยเคมีตามปกติ แต่จะไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดโรคและแมลง แต่จะใช้ชีววิธีแทน เช่น การใช้แมลงกำจัดแมลง เป็นต้น ฉะนั้นผักในกลุ่มนี้จะเป็นผักที่ปลอดจากสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช
ผักอินทรีย์ หรือผักออร์แกนิกส์ (Organic) เป็นผักที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาปราบวัชพืช ยาฆ่าแมลง และฮอร์โมน เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก กำจัดศัตรูพืชโดยการใช้สารที่ผลิตจากธรรมชาติ รวมทั้งใช้แมลงตัวห้ำ ตัวเบียน คือ การใช้แมลงกำจักแมลง จึงมีความปลอดภัยต่อสุขภาพและไม่ทำลายสภาพแวดล้อม และกว่าเกษตรกรผู้ปลูกจะได้รับการรับรองว่าผักที่ปลูกเป็นผักเกษตรอินทรีย์ จะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการตรวจสอบกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนว่าเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ สำหรับในประเทศไทยผักอินทรีย์ที่ออกจำหน่ายมีการรับรองมาตรฐานทั้งจาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรเอกชน ซึ่งได้รับการรับรองจากสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM) แล้ว เช่น สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) เป็นต้น
ผักไฮโดรโปรนิกส์หรือผักไร้ดิน (Hydroponics) คือ ผักที่มีวิธีการปลูกเลียนแบบการปลูกผักบนดินโดยใช้วัสดุต่างๆ ในการปลูก เช่น น้ำ ทราย กรวด ดินเผา หรือ วัสดุอื่น ที่ไม่ใช่ดิน โดยผักจะสามารถเจริญเติบโตบนวัสดุปลูกเหล่านี้ได้จากการได้รับสารละลายธาตุอาหารสำหรับพืชที่มีน้ำผสมกับปุ๋ยหรือธาตุอาหาตต่างๆ ที่ผักต้องการผ่านทางราก ซึ่งระบบการปลูกพืชไร้ดินที่นิยมปลูกมากที่สุดในปัจจุบันคือ ระบบการปลูกพืชที่ใช้น้ำเป็นวัสดุปลูก ข้อดีของผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินก็คือ ผักที่ปลอดจากจุลินทรีย์ที่อาจจะมีตกค้างอยู่ในดิน ส่วนในเรื่องของยากำจัดศัตรูพืชฟาร์มที่ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์จะใช้วิธีป้องกันโดยปลูกในโรงเรือนป้องกันแมลงและใช้สารชีวภาพ อาจจะมีการใช้สารเคมีบ้างในช่วงแรก แต่เมื่อใกล้ถึงระยะเก็บเกี่ยวก็จะงดใช้ ดังนั้นผักไฮโดรโปรนิกส์ส่วนใหญ่จึงมักไม่มีปัญหาเรื่องของสารพิษตกค้าง โดยเฉพาะผักสลัดจะยิ่งไม่ค่อยพบปัญหาในเรื่องของแมลง จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชโดยปริยาย



เลือกแบบไหนปลอดภัยกว่าจากที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าผักแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของราคาและปริมาณสารตกค้างที่หลงเหลืออยู่ในผัก การที่จะเลือกว่าจะบริโภคผักกลุ่มใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน เพียงแต่ควรจะมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับผักในกลุ่มต่างๆ รวมถึงวิธีการล้างผักให้สะอาด เพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว ซึ่งคุณอรสาให้ความเห็นว่าจริงๆ แล้วการรับประทานผัก ไม่ว่าจะเป็นผักชนิดใดต่างก็มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น ส่วนการจะเลือกซื้อผักกลุ่มใดรับประทาน ก็ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภค เพราะผักแต่ละกลุ่มก็มีราคาแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะผักไฮโดรโปรนิกส์ ซึ่งค่อนข้างมีราคาสูง และผักอินทรีย์ที่ไม่มีสารตกค้างเลย แต่ต้นทุนในการผลิตและดูแลสูง จึงทำให้ราคาสูงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าผักในกลุ่มอื่นๆ จะไม่มีความปลอดภัยผู้บริโภคสามารถเลือกวื้อผักปลอดภัยจากสารพิษที่มีตรารับรองการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน เช่น การรับรองมาตรฐาน Q ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในปัจจุบันมีจำหน่ายอย่างกว้างขวาง สามารถหาซื้อได้และราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับผักทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวข้างต้นและมีความปลอดภัยเช่นกัน

คุณชาญวิทย์ กาญจนวัฒน์ Managing Director บริษัท แนชเชอรัล แอนด์ พรีเมียม ฟู๊ด จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตผักอินทรีย์ (organic) ในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Natural & Premium Food และ Organic Planet ผู้เล็งเห็นถึงคุณค่าของการรับประทานผักที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ จึงได้ริเริ่มธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผักเกษตรอินทรีย์ขึ้น เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคมีผักที่สด สะอาด และปราศจากสารพิษไว้รับประทาน ซึ่งแปลงผักทั้งหมดจะมีการควบคุมคุณภาพการผลิตทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่คุณภาพของดิน แหล่งน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก สภาพภูมิอากาศ รวมถึงมีการเพาะเลี้ยงแมลงที่ใช้ในการปราบศัตรูพืชเองอีกด้วย จากความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อให้ได้ผักที่ได้ชื่อว่าเป็นผักเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง ทำให้บริษัท แนชเชอรัล แอนด์ พรีเมียม ฟู๊ด จำกัด ได้รับรองผลิตภัณฑ์อินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตร ใครที่สนใจ สามารถติดต่อสั่งซื้อได้โดยตรง ทางบริษัทฯ ยังจัดให้มีการเยี่ยมชมฟาร์มปลูกผัก เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงขั้นตอนการปลูกผักอย่างใกล้ชิด จะได้มั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้คุณชาญวิทย์ยังได้ฝากถึงคุณแม่ทุกคนว่า “เด็กในช่วงแรกเกิดถึง 15 ปี ระบบอิมมูนยังไม่สูงเท่ากับผู้ใหญ่ สมองและอวัยวะภายในทุกส่วนก็ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเจริญเติบโต ความสามารถในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายก็ยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ การที่เด็กได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะเด็กที่ชอบทานผัก แต่ผักนั้นมีสารพิษปนเปื้อนอยู่สารพิษเหล่านั้นก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายยาฆ่าแมลงที่ใช้กับผักมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทและพัฒนาการของเด็กด้วย จึงอยากให้คุณแม่ระมัดระวังในการเลือกผักและอาหารอื่นๆ ที่ปลอดภัยให้กับลูก เพื่อพัฒนาการที่ดีของเขา”


ปลอดภัย มั่นใจได้ ด้วยตราสัญลักษณ์ Q

ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเคมีในการปลูกพืชและการบริโภคผักที่ปนเปื้อนสารเคมี แม้จะยังมีการกำหนดมาตรฐานการผลิตให้แก่เกษตรกร แต่ในฐานะผู้บริโภคอาจจะยังมีความกังวลอยู่ เนื่องจากไม่ได้เห็นกระบวนการผลิตของเกษตรกรด้วยตนเอง คุณอรสาแนะนำว่าผู้บริโภคควรจะเลือกซื้อผักจากแหล่งจำหน่ายที่ไว้ใจได้ และเพื่อความมั่นใจสามารถสังเกต ตรารับรองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (Q) ซึ่งเป็นตรารับรองสินค้าที่ได้มาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าผักที่ซื้อมีความปลอดภัยในการบริโภคอย่างแน่นอน

เลือกอย่างไรให้ได้ผักสด

การเลือกซื้อผักนั้น นอกจากต้องเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ไว้ใจได้, และมีตรารับรองคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว ความสดของผักก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเพราะการรับประทานผักที่มีความสดใหม่อยู่จะได้คุณค่ามากกว่าผักที่เริ่มเหี่ยวแห้งแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีการเลือกซื้อผักที่ยังสดใหม่และมีคุณภาพดี คือ
สังเกตบริเวณก้านใบ ก้านดอก หรือโคนต้น ต้องไม่มีสีขาวหรือสีเทา เพราะเป็นสีของเชื้อรา
สำหรับผักที่ทานใบ ใบต้องสด ไม่แห้ง ช้ำ เหลือง หรือมีราขึ้น
ผักควรมีใบติดแน่นกับโคนต้น
ผักที่ทานผล เช่น มะเขือ แตงกวา ให้เลือกที่ขั้วติดแน่น สีสดใหม่ ผิวตึงไม่แห้งไม่แก่หรืออ่อนเกินไป
ควรซื้อผักตามฤดูกาล จะได้ผักคุณภาพดี ราคาถูก

ข่าวโดย : ชัย
อ่าน 23614 ครั้ง
วันที่ 08 มิถุนายน 2552
วันที่พิมพ์ :
เวลา : 18:36:57:PM