ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ
เมนูหลัก
· หน้าแรก
· สินค้าของเรา
· โปรโมชั่น
· กระดานข่าว
· เกี่ยวกับเรา
· สั่งซื้อและส่งสินค้า
· วิธีชำระเงิน
· ติดต่อเรา

Hotline Call

ลูกค้าของเรา




















We deliver the fresh

หมวด : ข่าวสาร

หน้าแรก » ข่าวสาร » เผยคนไทยกินผลไม้น้อย แค่วันละ 1 ขีดพิมพ์ข่าว  ส่งข่าวนี้ให้เพื่อน

" เผยคนไทยกินผลไม้น้อย แค่วันละ 1 ขีด "
เผยคนไทยกินผลไม้น้อย แค่วันละ 1 ขีด
กรมอนามัย เผยคนไทยกินผลไม้น้อย หวังหนุนกิน 6 - 8 ผล หลังอาหารเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกาย ช่วยเกษตรกรแก้วิกฤติลิ้นจี่ล้นตลาด พร้อมเตือนลดพฤติกรรมเสี่ยงดื่มเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว และขนมหวาน ที่มากเกินความต้องการของร่างกาย
นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผลสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการของประเทศไทย ครั้งที่ 5 พบว่า คนไทยยังกินผลไม้เฉลี่ยเพียงวันละ 1 ขีด หรือประมาณ 100 กรัมเท่านั้น โดยเด็กนักเรียนกินผลไม้เฉลี่ยวันละ 61.5 กรัม วัยทำงานกินผลไม้เฉลี่ยวันละ 77.1 และผู้สูงอายุกินผลไม้เฉลี่ยวันละ 63.6 กรัมเท่านั้น

       ทั้งๆ ที่ทุกกลุ่มวัยควรกินผลไม้ให้มากขึ้นประมาณ 280 - 480 กรัม/วัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีการกินผลไม้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเสื่อมของเซลล์มากกว่าวัยอื่นๆ และเป็นวัยที่ต้องการวิตามินและเกลือแร่ เพื่อยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระที่เป็นสารทำลายเซลล์และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง อีกทั้งยังต้องการกากใยเพื่อช่วยในการขับถ่ายด้วย

      

       นพ.สุวัช กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ปริมาณลิ้นจี่ในปีนี้ให้ผลผลิตสูง ทำให้มีปริมาณที่มากเกินกว่าความต้องการของตลาด ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่เป็นอย่างมาก จึงเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือนร้อน และยังเป็นการสนับสนุนให้คนไทยหันมากินผลไม้โดยเฉพาะลิ้นจี่แทนการกินขนม ขบเคี้ยว ขนมหวาน และเครื่องดื่มรสหวานกันมากขึ้น


       เพราะจากข้อมูลโภชนาการกรมอนามัยพบว่า เด็กนักเรียนดื่มเครื่องดื่ม วันละ 87.2 กรัม ขนมขบเคี้ยว 13.2 กรัม และขนมหวาน 38.2 กรัม ในขณะที่วัยทำงานดื่มเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว และขนมหวาน วันละ 52.5 กรัม 15.2 กรัม และ 47.9 กรัม ตามลำดับ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินความต้องการของร่างกาย

      

       ทั้งนี้ ลิ้นจี่จัดเป็นผลไม้ที่ให้น้ำตาลฟรุกโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที และมีวิตามินซีสูง มีหน้าที่ที่สำคัญในการทำให้เซลล์ผิวหนัง กระดูกอ่อน เอ็น กล้ามเนื้อ ผนังเส้นเลือด โครงสร้างภายในกระดูกและฟันแข็งแรง และการกินลิ้นจี่ให้ได้คุณค่าทางโภชนาการนั้น ควรกินครั้งละ 6 - 8 ผล หรือประมาณ 100 กรัมหลังมื้ออาหาร


       โดยในแต่ละมื้อควรกินอาหารจานหลักและตามด้วยผลไม้ 1 ส่วนหรือประมาณ 70 - 120 กรัม แทนขนมหวานที่ทำจากแป้งและน้ำตาล จะทำให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่ตามที่ร่างกายต้องการ อันจะส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพป่วยเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักควรเลือกกินผลไม้ที่รสไม่หวานจัดแทนรองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

โดย : ผู้จัดการ 
วันที่ 08 มิถุนายน 2552 เวลา 15:29:28 น.
อ่าน 1333 ครั้ง
ความคิดเห็น 0 ครั้ง
คะแนน 0.00 จาก 5 คะแนน (0 ครั้ง)
ข่าวล่าสุด
 ภูเก็ตเฟรชมาร์ทจะย้ายร้านใ...
26 ก.ย. 2554
 คาดกลางปีหน้าได้ใช้สะพานสา...
23 ก.ค. 2553
 เชิญสัมมนา "รวมกลุ่มนักกฎห...
06 ก.ค. 2553
 IDP Education Expo 2010 มห...
04 ก.ค. 2553
 อบรมเชิงปฏิบัติการ“การผลิต...
13 มิ.ย. 2553
ทั้งหมด
ข่าวยอดนิยม
 ภูเก็ตเฟรชมาร์ทจะย้ายร้านใ...
26 ก.ย. 2554
 อบรมเชิงปฏิบัติการ“การผลิต...
13 มิ.ย. 2553
 กระเทียม-โหระพา-กะเพรา สุ...
08 มิ.ย. 2552
 ตื่นสาหร่ายบูมสะพานหินภูเก...
07 มิ.ย. 2552
 เชิญสัมมนา "รวมกลุ่มนักกฎห...
06 ก.ค. 2553
ทั้งหมด
กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้นะครับ คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่ระบบ


Copyright © 2009 by phuketfreshmart.com